มอง "มาราธอน" ผ่านงานวิจัย

Jan 12, 2020 I The TSIS Team

กระแสงานวิ่งมาราธอนในไทยนับวันยิ่งได้รับความนิยมสูงขึ้นเรื่อย ๆ เราอาจเห็นเพื่อน ๆ หรือคนใกล้ตัวโพสต์ภาพการวิ่งมาราธอนของตัวเองลงในสื่อสังคมออนไลน์ต่าง ๆ จนเป็นเรื่องชินตา เหตุผลที่ ‘วิ่งมาราธอน’ เป็นที่นิยมคงไม่ใช่เพียงแค่มีรองเท้าคู่เดียวก็สามารถทำได้

ในวันนี้เราจึงทำการคัดเลือกงานวิจัยเกี่ยวกับ ‘วิ่งมาราธอน’ มาให้เพื่อน ๆ ลองอ่าน เผื่อเป็นแรงบันดาลใจให้ใครหลายคนหันมาออกกำลังกาย และเห็นประโยชน์ของการวิ่งที่ไม่ได้มีแค่เฉพาะสุขภาพร่างกายที่แข็งแรง

การใช้ปัจจัยในการตัดสินใจเข้าร่วมการแข่งขันวิ่งงานสแตนดาร์ดชาร์เตอร์ดกรุงเทพมาราธอนของผู้เข้าร่วมการแข่งขัน

ผู้วิจัย : ดลยา เคราะห์ดี

การแข่งขันวิ่งมาราธอนในประเทศไทยระดับนานาชาติมีอยู่ด้วยกันหลายรายการ หนึ่งในนั้นคือรายการสแตนดาร์ดชาร์เตอร์ดกรุงเทพมาราธอน หรือที่คนส่วนใหญ่เรียกกันว่า “กรุงเทพมาราธอน” (Bangkok Marathon) ซึ่งเป็นงานมาราธอนที่จัดขึ้นตั้งแต่ปี พ.ศ.2531 จัดขึ้นในช่วงเดือนพฤศจิกายนของทุกปี

 

วัตถุประสงค์ของงานวิจัยชิ้นนี้คือ การศึกษาปัจจัยในการตัดสินใจเข้าร่วมการแข่งขันวิ่งงานสแตนดาร์ดชาร์เตอร์ดกรุงเทพมาราธอน และความคาดหวังของผู้เข้าร่วมการแข่งขัน โดยมีกลุ่มตัวอย่างคือ ผู้เข้าร่วมงานสแตนดาร์ดชาร์เตอร์ดกรุงเทพมาราธอน ครั้งที่ 25 จำนวน 400 คน 

 

ผลการวิจัยพบว่า ปัจจัยในการตัดสินใจเข้าร่วมการแข่งขันวิ่งงานสแตนดาร์ดชาร์เตอร์ดกรุงเทพมาราธอนมี 3 ด้าน ได้แก่ ปัจจัยการรับรู้ถึงความต้องการ, ปัจจัยสิ่งจูงใจ และปัจจัยการอำนวยความสะดวก 

 

ในด้านปัจจัยการรับรู้ถึงความต้องการพบว่า กลุ่มตัวอย่างให้ความสำคัญในเรื่องความสะดวกสบายในการเดินทางมาสถานที่จัดงาน ส่วนปัจจัยสิ่งจูงใจ กลุ่มตัวอย่างให้ความสำคัญในเรื่องของที่ระลึกจากการแข่งขัน อาทิ เสื้อผู้พิชิต 42.195 เป็นต้น และปัจจัยการอำนวยความสะดวกพบว่า กลุ่มตัวอย่างให้ความสำคัญกับเรื่องการมีที่พักของนักกีฬา นอกจากนั้นกลุ่มตัวอย่างที่มีภูมิลำเนา และอาชีพต่างกันมีผลทำให้ปัจจัยในการตัดสินใจเข้าร่วมงานแตกต่างกันอย่างมีนัยยะสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05

อ่านงานวิจัยฉบับเต็ม : http://mis.krirk.ac.th/librarytext/MBA/2555/Dolaya_Khordee_2555.pdf

ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อความพึงพอใจของผู้ร่วมงานอีเวนต์มาราธอน

ผู้วิจัย : อัศวิน แผ่นเทิดไทย

 

รายการมาราธอนที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทยจากการสำรวจคือ Bangkok Marathon ของธนาคารสแตนดาร์ดชาร์เตอร์ด ในส่วนของค่าจ้างในการจัดงานมีมูลค่ามากกว่า 10 ล้านบาท ดังนั้นถ้าเกิดผู้จัดงานสามารถเข้าใจปัจจัยที่ส่งผลต่อความพึงพอใจของผู้ร่วมงานก็สามารถทำให้ผู้จัดงานอีเวนต์จัดงานเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้ร่วมงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ 

 

วัตถุประสงค์ของงานวิจัยชิ้นนี้คือ การศึกษาปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อความพึงพอใจของผู้ร่วมงานอีเวนต์มาราธอนเพื่อให้ผู้จัดงานพัฒนานำข้อมูลไปพัฒนาการบริการให้สอดคล้องกับความต้องการของผู้ร่วมงานอย่างแท้จริง โดยกลุ่มตัวอย่างในการศึกษาคือ ผู้ที่เคยร่วมงานอีเวนต์มาราธอนในประเทศไทย วิธีการศึกษาจะทำการสำรวจผ่านแบบสอบถาม 

 

ผลการวิจัยพบว่า ปัจจัยที่มีผลต่อความพึงพอใจในการเข้าร่วมงานอีเวนต์มาราธอนเรียงลำดับจากมากไปหาน้อย ได้แก่ ปัจจัยความปลอดภัยและบรรยากาศภายในงาน, ปัจจัยด้านราค,า ขั้นตอนการสมัครและของที่รับแจก, ปัจจัยด้านการดูแลผู้ร่วมงาน และปัจจัยด้านการบริการ สภาพแวดล้อม และการส่งเสริมการขาย ส่วนปัจจัยด้านการรับฝากของ, บริการที่จุดแวะพัก และปัจจัยด้านสถานที่จัดงาน ไม่ส่งผลต่อความพึงพอใจในการร่วมงานอีเวนต์มาราธอน 

นอกจากนั้นอายุที่แตกต่างยังส่งผลให้มีความพึงพอใจในการเข้าร่วมงานแตกต่างกัน โดยกลุ่มคนที่มีอายุต่ำกว่า 40 ปี จะมีระดับความพึงพอใจสูงกว่ากลุ่มคนที่มีอายุ 41 ปีขึ้นไป ส่วนกลุ่มที่มีระดับการศึกษาสูงกว่าปริญญาตรีจะมีระดับความพึงพอใจสูงกว่ากลุ่มคนที่มีระดับการศึกษาต่ำกว่าระดับปริญญาตรี สำหรับตัวแปรเพศ รายได้ และอาชีพไม่ส่งผลต่อความพึงพอใจ

 

อ่านงานวิจัยฉบับเต็ม : http://ethesisarchive.library.tu.ac.th/thesis/2016/TU_2016_5802030162_5814_4162.pdf

การให้ความหมายต่อการวิ่งและแรงจูงใจในการเข้าร่วมงานวิ่ง: ศึกษาเฉพาะผู้ที่เคยเข้าร่วมงานวิ่ง

ผู้วิจัย : ณัชชา รัตนสัค

จากการสำรวจของสถาบันวิจัยประชากรและสังคม มหาวิทยาลัยมหิดล (2559) การออกกำลังโดยการวิ่งได้กลายเป็นวิถีชีวิต และวิธีการเข้าสังคมรูปแบบหนึ่ง จำนวนคนที่ออกกำลังกายด้วยการวิ่งในประเทศไทยมีจำนวนสูงถึง 11.96 ล้านคน ส่วนใหญ่อยู่ในวัยทำงานมากถึง 6.88 ล้านคน กีฬาวิ่งได้รับความนิยมเป็นอันดับที่ 2 รองจากกีฬาชนิดอื่น ซึ่งมีแนวโน้มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง


วัตถุประสงค์ของงานวิจัยชิ้นนี้คือ การศึกษาความหมายที่นักวิ่งมีต่อการวิ่งในงานวิ่ง และศึกษาแรงจูงใจของนักวิ่งที่มีอิทธิพลต่อการเข้าร่วมงานวิ่ง เลือกศึกษาเฉพาะนักวิ่งที่เคยเข้าร่วมงานวิ่ง ใช้วิธีการวิจัยแบบผสมการวิจัยเชิงปริมาณ และเชิงคุณภาพ

ผลการวิจัยพบว่า กลุ่มตัวอย่างให้ความหมายต่อการวิ่งในด้านวิทยาศาสตร์และการแพทย์โดยเฉพาะเรื่องสุขภาพ มากกว่าด้านอารมณ์ความรู้สึก ส่วนแรงจูงใจในการเข้าร่วมงานวิ่งส่วนใหญ่เกิดจากแรงจูงใจภายในที่ต้องการจะเอาชนะใจตัวเองมากกว่าแรงจูงใจภายนอก  

 

อ่านงานวิจัยฉบับเต็ม :  https://www.tci-thaijo.org/index.php/tujo/article/view/211768

การวิ่งมาราธอนในไทย : เครือข่ายทางสังคมและความท้าทายในศตวรรษที่ 21

ผู้วิจัย : ทรงศักดิ์ รักพ่วง

การวิ่งถือเป็นพื้นฐานสำคัญของการออกกำลังกายและการเล่นกีฬาเกือบทุกประเภท โดยผู้วิจัยได้ทำการแบ่งประวัติการวิ่งมาราธอนออกเป็น 3 ยุค ยุคแรก (พ.ศ.2526-2554) ช่วงเวลาสำคัญเริ่มต้นในปี พ.ศ.2530 ศ.นพ.อุดมศิลป์ ศรีแสงนาม ริเริ่มจัดงานวิ่งมาราธอนในเมืองไทย ชื่อว่ารายการ “วิ่งลอยฟ้าเฉลิมพระเกียรติ The Royal Marathon Bangkok”  

 

ยุคที่ 2 (พ.ศ.2554-2559) สสส. ได้ทำการก่อตั้ง “สมาพันธ์ชมรมเดินวิ่งเพื่อสุขภาพไทย” ขึ้นมาในปี พ.ศ.2554 โดยเชิญ ศ.นพ.อุดมศิลป์ ศรีแสงนาม มาเป็นประธานสมาพันธ์คนแรก หลังจากนั้นก็มีการขยายเครือข่ายนักวิ่งไปทั่วประเทศ กระแสภาพยนตร์เรื่อง ‘รัก 7 ปี ดี 7 หน’ ทำให้คนหันมาสนใจการวิ่งอีกครั้ง หนึ่งในนั้นคือ  ตูน บอดี้สแลม

 

ยุคที่ 3 (พ.ศ.2559-ปัจจุบัน) ในช่วงปลายปี พ.ศ.2559 ตูน บอดี้สแลม ได้จัดทำโครงการก้าวคนก้าว เพื่อระดมทุนให้กับโรงพยาบาลบางสะพานด้วยการวิ่งระยะไกล หลังจากนั้นการวิ่งมาราธอนก็ได้รับความนิยมอย่างมาก โดยปัจจัยที่ช่วยกระตุ้นคือ สื่อสังคมออนไลน์ (Social Media Network) ที่ช่วยกระจายข่าวสาร และสร้างแรงบันดาลใจให้คนจำนวนมากเริ่มหันมาวิ่งมาราธอน

 

ผู้วิจัยมองว่า การรวมกลุ่มของนักวิ่งมาราธอนได้ก่อให้เกิดการสร้างเครือข่ายทางสังคม มีสาเหตุมาจากการรวมตัวของคนที่ชื่นชอบการวิ่งเหมือนกัน นอกจากนั้นยังต้องการที่จะแบ่งปันสิ่งดี ๆ ให้แก่ผู้อื่น รวมทั้งได้รับการชักชวนจากคนรอบข้างให้หันมาเป็นสมาชิกของกลุ่มนักวิ่งมาราธอน ดังนั้นผลที่เกิดจากการวมกลุ่มเป็นเครือข่ายนักวิ่งจึงส่งผลทั้งในด้านสังคม ด้านเศรษฐกิจ และด้านการเมือง

ในด้านสังคม การวิ่งนอกจากทำให้เกิดการรวมกลุ่ม ยังเป็นเครื่องมือที่ช่วยสร้างค่านิยมที่ดีแก่สังคม เช่น การเสียสละ การแบ่งปัน ฯลฯ เนื่องจากการวิ่งมาราธอนได้กลายเป็นสื่อกลางในการจัดกิจกรรมระดมทุนในการช่วยเหลือสังคม อาทิ โครงการก้าวคนละก้าว ฯลฯ ในด้านเศรษฐกิจ เครือข่ายของนักวิ่งมาราธอนทำให้เกิดการขับเคลื่อนทางเศรษฐกิจ ส่วนในด้านการเมือง การรวมกลุ่มของนักวิ่งเป็นเครือข่ายช่วยเพิ่มอำนาจในการต่อรอง ทำให้การประสานงานกับหน่วยงานอื่นทำได้รวดเร็ว และมีประสิทธิภาพมากขึ้น อีกทั้งยังสามารถปลุกกระแสสังคมให้หันมาสนใจในเรื่องสุขภาพ

 

อ่านงานวิจัยฉบับเต็ม :  https://www.tci-thaijo.org/index.php/romphruekj/article/view/165246

การเปรียบเทียบมาตรฐานการจัดการแข่งขันวิ่งมาราธอนระหว่างประเทศไทยและสหราชอาณาจักร

ผู้วิจัย : ดร. ปีดีเทพ อยู่ยืนยง

การเข้าร่วมรายการแข่งขันวิ่งมาราธอนนอกจากได้การออกกำลังกาย ยังมีทั้งเหรียญรางวัล ถ้วยรางวัล และเงินรางวัลตามตามช่วงอายุของกลุ่มผู้เข้าแข่งขัน นอกจากนั้นผู้จัดงานวิ่ง ทั้งภาครัฐ และเอกชนย่อมมีผลประโยชน์ทางธุรกิจ ไม่ว่าจะเป็นการค้าและสาธารณกุศล อาทิ เงินค่าสมัครกิจกรรม, การขายของที่ระลึกหรือสินค้าในงานวิ่ง และเงินบริจาคขององค์กรสาธารณะกุศลที่จัดการแข่งขัน โดยจุดมุ่งหมายของผู้วิจัยคือ ต้องการให้ความรู้เกี่ยวกับมาตรฐานการจัดแข่งขันวิ่งมาราธอนของการกรีฑาสหราชอาณาจักร

 

ถึงแม้งานวิ่งมาราธอนแต่ละงานจะจัดโดยมีวัตถุประสงค์แตกต่างกัน ไม่ว่าจะเป็นการระดมทุน หรือสนับสนุนทางธุรกิจ แต่ในมุมของนักกีฬาวิ่งอาชีพ และสมัครเล่น กลุ่มคนเหล่านี้ย่อมคาดหวังที่จะได้รับความปลอดภัย และการบริหารจัดการแข่งขันมาราธอนที่มีประสิทธิภาพ ดังนั้นผู้จัดงานควรสร้างมาตรฐานการจัดงานวิ่งมาราธอนที่ตอบสนองต่อความปลอดภัยต่อผู้เข้าร่วม ถึงแม้ประเทศไทยในปัจจุบันจะยังไม่มีการวางมาตรฐานระบบการให้ใบอนุญาตจัดแข่งขันวิ่งมาราธอน 

 

จากการศึกษามาตรฐานการจัดการแข่งขันวิ่งมาราธอนของการกรีฑาแห่งสหราชอาณาจักรทำให้เห็นว่าประเทศไทยควรมีการนำระบบการออกใบอนุญาติการจัดแข่งขันวิ่งบนถนน และวิ่งข้ามภูมิประเทศ รวมทั้งระบบการออกใบประกาศนียบัตรรับรองความแม่นยำของระยะทางแข่งขันของการกรีฑาสหราชอาณาจักรเพื่อสร้างหลักเกณฑ์ และกลไกลมาตรฐานการจัดงานวิ่งมาราธอนในไทย

 

อ่านงานวิจัยฉบับเต็ม :  https://www.tci-thaijo.org/index.php/rpu/article/view/112422

Illustration by Piyanat Chasi

  • Facebook
  • Twitter
The TSIS Team

AUTHOR

75258475_686733035170317_351352813857328

รักเดียว...ทำไมมันยากนัก !

เคยสงสัยไหมว่า ทำไมการมีรักเดียวมันช่างยากนัก หรือแสนจะเป็นปัญหาสำหรับหลายคนเสียเหลือเกิน หรือเป็นเพราะว่า แท้จริงแล้วการมีรักเดียวนั้นมันฝืนธรรมชาติของมนุษย์

73293496_2252304311658662_26536156594511

มอง ‘กล้องฟิล์ม’ ในฐานะปรากฏการณ์โหยหาอดีต

ในขณะที่เทคโนโลยีการถ่ายภาพในปัจจุบันถูกทำให้ง่ายเพียงแค่ปลายนิ้ว แต่ทำไม ผู้คนถึงพยายามย้อนกลับไปสู่จุดเริ่มต้นของการถ่ายภาพผ่านกล้องฟิล์มในยุคที่โลกถูกแทนที่ด้วยกล้องดิจิทัล ?

Highlighted Research – 5 งานวิจัยที่เกี่ยวกับ ‘เด็ก

เนื่องในโอกาสวันเด็กแห่งชาติ ปี พ.ศ.2563 ทีมงาน The TSIS จึงได้ทำการคัดเลือกงานวิจัยที่น่าสนใจจำนวน 5 ชิ้น เกี่ยวกับ 'เด็ก' มาให้เพื่อน ๆ ลองอ่านกัน