"เขียนได้ เขียนดี" เรียนรู้วิธีการเขียนรายงานการวิจัย

เขียนรายงานการวิจัยอย่างไรให้ผ่านฉลุย มาเรียนรู้ส่วนประกอบในการเขียนรายงานไปพร้อม ๆ กันเลยค่ะ

การเขียนรายงานการวิจัย คือ การรายงานข้อเท็จจริงจากงานวิจัยที่ค้นพบ เพื่อประโยชน์ต่อตนเองและผู้อื่น ผู้วิจัยจะต้องเขียนด้วยภาษาที่เข้าใจง่าย ชัดเจน และรัดกุม แล้วตรวจดูความถูกต้องอีกครั้งหนึ่งก่อนที่จะจัดพิมพ์ต่อไป ซึ่งขั้นตอนนี้จะเป็นขั้นสุดท้ายของการวิจัย โดยการสรุปผลการวิจัย และเขียนรายงานการวิจัย ซึ่งโดยทั่วไปในรายงานการวิจัยจะประกอบด้วย

  • บทที่ 1  บทนำ ซึ่งประกอบด้วยความสำคัญและความเป็นมาของปัญหา เพื่อชี้แจงให้ทราบถึงวัตถุประสงค์ในการวิจัย สมมติฐานในการวิจัย ขอบเขตของการวิจัย ข้อตกลงเบื้องต้น ความไม่สมบูรณ์ของการวิจัย คำนิยามศัพท์เฉพาะ และประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ

  • บทที่ 2  การตรวจสอบเอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง เพื่อที่จะทราบถึงงานวิจัยอื่น ๆ ที่อาจจะทำการศึกษาข้อมูลเรื่องเดียวกันหรือในมุมมองที่แตกต่างจากงานวิจัยที่เรากำลังศึกษา 

  • บทที่ 3  วิธีการดำเนินการวิจัย ซึ่งประกอบด้วย กลุ่มประชากร กลุ่มตัวอย่าง วิธีการสุ่ม ตัวอย่าง เครื่องมือที่ใช้ในการรวบรวมข้อมูล และขั้นตอนการดำเนินการรวบรวมข้อมูล ตลอดจนวิธีการวิเคราะห์ข้อมูล

  • บทที่ 4  ผลการวิจัย (Result) ระบุรายละเอียดของผลการวิจัย หรือผลของการวิเคราะห์ข้อมูล ในลักษณะเป็น กราฟ ตาราง ภาพประกอบ และอื่นๆที่เหมาะสม ฯลฯ โดยกราฟ ตาราง ภาพประกอบดังกล่าว ต้องมีการเชื่อมโยง กับการบรรยาย

  • บทที่ 5  สรุปผลการวิจัย อภิปรายผลและข้อเสนอแนะ (Conclusion and Discussion) สรุปผลการวิจัยโดยสรุปเรื่องราวของสิ่งที่ค้นพบจากการวิจัย ตลอดจนประโยชน์ในการประยุกต์ของผลงานวิจัยที่ได้

ตัวอย่าง ส่วนประกอบการเรียบเรียงงานวิจัยในสายวิทยาศาสตร์ และสายสังคมศาสตร์

การเรียบเรียงรายงานวิจัยในสายวิทยาศาสตร์ ประกอบไปด้วยรายละเอียดดังต่อไปนี้

1. บทนำ (Introduction) ควรประกอบด้วยส่วนต่างๆ ดังนี้

1.1) ที่มาและความสำคัญของปัญหา 

1.2) หลักการ แนวคิด ทฤษฎี หรือสมมุติฐาน

1.3) วัตถุประสงค์ของโครงการ

1.4) ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ

2. วิธีการดำเนินงานวิจัย (Materials & Methods) วิธีการดำเนินการวิจัยตามแบบแผนและวิธีการวิจัยที่เป็นที่ยอมรับในแต่ละสาขา อย่าง ละเอียดชัดเจนมีเอกสารอ้างอิงกำกับไว้ด้วย โดยครอบคลุมหัวข้อต่างๆ

3. ผลการวิจัย (Result) และอภิปรายผล/ วิจารณ์ผล (Discussion)

4. สรุปผลการวิจัย และข้อเสนอแนะ สรุปผลการทดลองหรือผลการวิจัย การนำผลของการวิจัยไปใช้ประโยชน์ได้อย่างไร รวมถึงข้อเสนอแนะที่สามารถนำผลของการวิจัยไปต่อยอดเพื่อการวิจัยครั้งต่อไป

การเรียบเรียงรายงานวิจัยในสายสังคมศาสตร์ ประกอบไปด้วยรายละเอียดดังนี้

1. บทนำ (Introduction) ควรประกอบด้วยส่วนต่างๆ ดังนี้

1.1) ที่มาและความสำคัญของปัญหา 

1.2) วัตถุประสงค์ของโครงการกล่าวถึงเป้าหมายที่ต้องการศึกษาที่ค่อนข้าง เฉพาะเจาะจง ร

1.3) ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ

1.4) ขอบเขตของการวิจัย (Scope of the study)

1.5) นิยามศัพท์เฉพาะ (Definition of key terms)

1.6) กรอบแนวคิดการวิจัย (Conceptual Framework)

2.2.2 การทบทวนวรรณกรรม เอกสาร และงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง แนวคิด ทฤษฎีที่นักวิจัยเลือกใช้ในการวิจัย และการทบทวนสรุปสาระสำคัญจากเอกสาร ที่เกี่ยวข้อง (Literature review)

2.2.3 วิธีดำเนินการวิจัย (Materials & Methods)

2.2.4 ผลการวิจัย (Result)

2.2.5 สรุปผลการวิจัย อภิปรายผล และข้อเสนอแนะ(Conclusion and Discussion) สรุปผลการวิจัยโดยสรุปเรื่องราวของสิ่งที่ค้นพบจากการวิจัย ตลอดจนประโยชน์ในการ ประยุกต์ของผลงานวิจัยที่ได้ซึ่งจะประกอบด้วย

1) สรุปผลของการวิจัย สรุปเนื้อหาในงานวิจัยทั้งหมด ครอบคลุมวัตถุประสงค์ สมมติฐาน (ถ้ามี) วิธีการดำเนินการวิจัยและผลการวิจัยโดยสรุป

2) อภิปรายผลของการวิจัย กล่าวถึงผลการวิจัย วิเคราะห์ความสอดคล้อง หรือขัดแย้งกับทฤษฎีและผลการวิจัยที่ผู้อื่นได้ศึกษาไว้ รวมถึงการนำแนวคิดทฤษฎีและผลการวิจัย มาสนับสนุนเพื่อเป็นการขยายเพิ่มเติมองค์ความรู้ที่ได้จากการวิจัยให้กว้างหรือชัดเจนขึ้น การแปลความผลที่ได้ จากการวิเคราะห์ เพราะเหตุใด จึงได้ผลเช่นนั้น

3) ข้อเสนอแนะ กล่าวถึงการนำผลการวิจัยไปใช้ในลักษณะต่างๆ และเสนอแนะ แนวทางการวิจัยที่ควรทำต่อไปเพื่อให้กว้างขวางและมีความละเอียดครบถ้วนสมบูรณ์ยิ่งขึ้น

จากส่วนประกอบการเรียบเรียงรายงานทั้งทางด้านวิทยาศาสตร์และสังคมศาสตร์ โดยภาพรวมแล้วมีความใกล้เคียงกันในแต่บะขั้นตอน จะมีความแตกต่างกันเพียงรายละเอียดบางส่วนที่มีการเพิ่มเนื้อหา ข้อมูลในการค้นคว้าเพิ่มมากขึ้นเท่านั้น และจะแตกต่างกันที่ภาษาที่ใช้ในการเขียนรายงาน แต่หลักสำคัญที่สุดในการเขียนรายงานผลการวิจัย คือ การใช้ภาษาในการเขียนให้ถูกต้อง ตรวจทานคำผิดโดยการอ่านทวนทั้งหมดอีกครั้ง เขียนสรุปผลให้ตรงตามผลการวิจัย ไม่บิดเบือนผลการวิจัยที่ได้ และหากมีการอ้างอิงข้อมูลจากงานวิจัยชิ้นอื่น อย่าลืมเขียนอ้างอิงให้ชัดเจน และถูกหลักการเขียนอ้างอิงที่กำหนดไว้ เพียงเท่านี้การเขียนรายงานก็จะไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป

อ้างอิง

http://www.la.mahidol.ac.th/course/lath100/wp-content/uploads/2016/02/AcademicWriting02.pdf

https://rforvcd.wordpress.com/%E0%B8%AB%E0%B8%A5%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%9E%E0%B8%B7%E0%B9%89%E0%B8%99%E0%B8%90%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%87%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%88%E0%B8%B1%E0%B8%A2/2-10-%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%80%E0%B8%82%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%99%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%87%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%88%E0%B8%B1/

http://rdi.rmutsv.ac.th/info2/found_form/full_paper.pdf